ด้วยพระนามของพระองค์ผู้ทรงสร้าง
5. จงมีความอดทนอารมณ์ดี
และการยิ้มแย้มแจ่มใสของคุณผู้เป็นภรรยานั้น ทำให้สามีรู้สึกถึงความโชคดี และสบายใจที่สุด หลังจากที่สามีกลับมาจากที่ทำงานด้วยกับปัญหา และความวุ่นวายที่ประสบจากข้างนอก สถานที่พึ่งพิง และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจที่ดีที่สุดสำหรับผู้เป็นสามีคือ บ้าน สำหรับสามีแล้วบ้านเป็นที่ที่ทำให้ความรู้สึกเหน็ดเหนื่อยทั้งหลาย ผ่อนคลายลง สำหรับผู้เป็นภรรยาแล้วการทำให้บ้านเป็นสถานที่ผ่อนคลาย และผู้แบกรับความรู้สึกเหน็ดเหนื่อยของสามีถือเป็นหน้าที่สำคัญ บ้านที่มีความสงบ บ้านที่มีบุคคลในครอบครัวมีอารมณ์แจ่มใส ร่าเริง มีใบหน้าที่ยิ้มแย้มให้แก่กันและกัน ก็ยิ่งทำให้ความรัก และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นเพิ่มมากขึ้น ความอดทนและความอดกลั้นในปัญหาต่างๆ โดยแฝงด้วยรอยยิ้มเข้ามาแทนที่ ยิ่งทำให้สิ่งดีๆเข้ามาสู่ในครอบครัว ดีกว่าหรือไม่? หากว่าบ้านเป็นสถานที่สงบสำหรับทุกคนในครอบครัว สำหรับครอบครัวมุสลิมแล้ว บทเรียนที่อัลลอฮ์ (ซ.บ) ได้มอบให้กับมนุษย์ทั้งหลายที่ว่า انًّ الله مَعَ الصَابِرين "แท้จริงพระองค์ทรงอยู่กับผู้ที่อดทน" ไม่ว่าจะมีปัญหาใดเข้าพระองค์ทรงอยู่กับพวกเขา
6. ทำอย่างไร ให้สามีมีส่วนร่วมกิจกรรมในบ้าน?
สาเหตุที่กิจกรรมในบ้านส่วนใหญ่แล้วสามีไม่ค่อยมีส่วนร่วมด้วย สามารถแบ่งออกเป็นสามกลุ่มได้ดังนี้- ถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สามีส่วนใหญ่มักจะคิดว่าเป็นหน้าที่ของผู้เป็นภรรยา การที่สามีมีส่วนร่วมกิจกรรมในครอบครัวนั้น ถือไม่ใช่เป็นเรื่องของผู้ชาย เพราะผู้ชายมีหน้าที่รับผิดชอบเพียงภาระกิจนอกบ้านเป็นเพียงพอแล้ว- ในกลุ่มที่สาม การที่สามี หยิบจับ หรือคิดที่จะช่วยงานใดงานหนึ่ง ภรรยามักจะไม่พอใจ เพราะเนื่องจากว่า ความละเอียดอ่อนของผู้ชายนั้น ย่อมมีน้อยกว่าผู้หญิง จึงไม่ยินยอมที่จะให้สามีกระทำ และแสดงความเหนื่อยหน่ายของผลงานที่ได้รับ- รูปแบบการปฏิบัติของภรรยาที่มีต่อสามี เสมือนนายสั่งลูกจ้าง ในลักษณะข้อสามนี้ ถือเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง เมื่อต้องการความช่วยเหลือ สิ่งสำคัญคือต้องให้เกียรติต่อผู้เป็นสามี กิจกรรมในบ้านจริงอยู่เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้เป็นภรรยา แต่เมื่อบางครั้ง ความต้องการความช่วยเหลือในบางกรณีก็มีบ้าง เมื่อสามีเป็นผู้หยิบยื่นให้ความช่วยเหลือดังกล่าวแก่ผู้เป็นภรรยา ความรู้สึกเหน็ดเหนื่อย ความรู้สึกที่ดีจะเกิดกับคนทั้งสองมากยิ่งขึ้น การให้ความช่วยเหลือต่อกันไม่ว่าจะเป็นภาระกิจหนักเบา ยิ่งทำให้คนทั้งสองมีความสัมพันธฺ์ที่ดีต่อกันมากขึ้น เช่นกันฝ่ายภรรยา เมื่อสามีแสดงความช่วยเหลือในกิจกรรมในบ้าน ไม่ว่าผลลัพธ์นั้น อาจไม่เป็นที่พอใจมากนัก ควรเก็บการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมต่อน้ำใจที่สามีหยิบยื่นให้ ดีกว่าที่จะแสดงความไม่พอใจออกมา ดังนั้น สำหรับบุคคลสองคนการมีส่วนร่วมในกิจกรรมในบ้านนั้น เป็นอีกหนทางหนึ่งที่สามารถแสดงออกถึงความห่วงใย และการแสดงความรักให้แก่กันและกัน
7. อาหารสื่อรัก
รายงานจากท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล) กล่าวว่า "สตรีที่ทำอาหารเลิศรสให้กับสามีของนาง อัลลอฮ์ (ซ.บ) ทรงเตรียมอาหารสวรรค์ที่หลากหลายไว้ให้กับนาง และกล่าวกับนางว่า "จงกิน และดื่มเถิด ในช่วงที่เจ้าได้ผ่านความลำบากมา"(หิลลียะตุ้ลมุตตะกีน หน้าที่ 64) การทำอาหารที่ถูกปากสามี เป็นอีกหนทางหนึ่งที่แสดงถึงความรัก และการให้ความสำคัญต่อผู้เป็นสามี และสิ่งจำเป็นอีกอย่างหนึ่ง คือ การให้ความสำคัญต่อสุขภาพและพลานามัยของสามี อาหารแต่ละมื้อควรมีคุณค่า และประโยชน์ต่อร่างกาย ตามความต้องการที่เหมาะสม อาหารที่ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายควรที่ต้องพิจารณาให้มาก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่อผู้เป็นสามี ทั้งหมดที่กล่าวมา เป็นแนวทางที่จะทำให้คู่ชีวิตแต่งงานนั้น ไม่รู้สึกจืดจาง แม้เวลาก็ไม่สามารถที่จะละลายความมั่นคงดังกล่าวได้ อย่าลืมว่า สิ่งสำคัญที่สุดของการใช้ชีวิตคู่ที่ดีนั้น คือการให้เกียรติซึ่งกันและกัน เข้าใจกันและกัน พูดคุยกันได้ในเรื่องต่างๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องเป็นคู่ชีวิตที่ช่วยพยุงความศรัทธา และศาสนาให้คงอยู่ในครอบครัวตลอดไป.
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ครอบครัว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ครอบครัว แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2552
วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
ชีวิตการแต่งงาน

ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ผู้ทรงเมตตาเสมอ
การแต่งงานเป็นพิธีกรรมการยืนยันของความรักระหว่าง หนึ่งชายและหนึ่งหญิง ที่พร้อมและตกลงจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ในพิธีกรรมนี้ยังเป็นเสมือนการให้สัตยาบันซึ่งกันและกันของทั้งสองฝ่าย ว่า "จะรักษาความรัก และจะให้การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป ไม่ว่าจะเกิดอุปสรรคใดก็ตาม" ซึ่งแน่นอน สาเหตุของการเกิดพิธีกรรมนี้ ก็เริ่มมาจากความรักที่ทั้งสองมีให้กัน นอกจากความรักแล้ว ความคล้ายคลึงที่ทั้งคู่มี และความเข้ากันได้ยังเป็นสาเหตุของพิธีกรรมนี้อีกด้วย. แต่ความรักและความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ความรู้สึกดีๆนี้ จะสร้างให้คงอยู่ไปตลอดได้อย่างไร? สำหรับมนุษย์ทุกๆคนแล้ว การที่จะจินตนาการสิ่งดีๆ หรือชีวิตที่ดี เกี่ยวกับชีวิตการแต่งงานนั้น จำเป็นต้องมีแบบอย่าง และสัมผัสแบบอย่างที่ดีเหล่านั้น ถึงจะทำให้เกิดการจินตนาการและการปฏิบัติที่ดีต่อกันและกัน และสำหรับมนุษย์ทุกๆคนที่อัลลอฮ์ (ซ.บ) ทรงบันดาลให้เป็นคู่ๆนั้น หากต้องการความสมบูรณ์ในชีวิต ก็ต้องหาแบบอย่างจากบุคคลที่พระองค์ทรงอนุญาติให้พวกเขานั้น เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตให้กับมนุษย์ทุกคน.
ข้อปฏิบัติ 7ประการสำหรับชีวิต
1.ช่วยเหลือตักเตือนซึ่งกันและกันในการปฏิบัติอะมั้ลทั้งวาญิบ และมุสตะหับ
คู่สามีและภรรยาที่มีเป็นมุสลิมและมีความศรัทธาต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ)ซึ่งเป้าหมายของการแต่งงาน และการใช้ชีวิตคู่ของพวกเขานั้นคือการเป็นบ่าวที่ดีครั้งที่ท่านนบี (ซ.ล) ถามจากท่านอิมามอะลี (อ) ถึงท่านหญิงฟาติมะห์ (ซ)ว่า "ท่านเห็นว่าฟาติมะห์เป็นอย่างไร?" ท่านอิมามอะลี (อ)กล่าวตอบว่า "นางคือเพื่อนที่ดีที่สุดในหนทางแห่งการเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ)"รายงานหนึ่ง จากท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล) กล่าวว่า "เมื่อสามีทำการปลุกภรรยาของเขาในยามค่ำคืน และทั้งสองได้ทำน้ำนมาซและทำการนมาซร่วมกัน เขาทั้งสองชายและหญิงจะถูกบันทึกไว้ว่าเป็นคู่ที่รำลึกถึงอัลลอฮ์ (ซ.บ) มากที่สุด" (มีซานุ้ลหิกมัต เล่มที่ 7 หน้าที่ 3149)
2. เมื่อสามีเหนื่อยจากที่ทำงานจะปฎิบัติต่อสามีอย่างไร?
2.1 ให้สลามพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
2.2 พูดคุยถึงข่าวที่ดีๆ
2.3 เก็ขข้าวของที่สามีซื้อมาจากข้างนอก
2.4 ทำให้บ้านสงบ
2.5 จัดแจงเรื่องอาหารให้พร้อม
2.6 ให้โอกาสต่อสามีในการพูดคุย
3. ถ้าหากสามีกลับบ้านช้า จะปฎิบัติกับเขาอย่างไร?
สาเหตุนี้มักจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งระหว่างคู่สามี และภรรยา ซึ่งในบางครั้ง ความวิตกกังวลของผู้หญิงนั้นมักจะทำลายความรู้สึกดีๆทุกอย่าง และอาจจะทำลายสภาพแวดล้อมของครอบครัวด้วยเช่นกัน ฉะนั้น ในการสอบถามสาเหตุของการกลับบ้านช้านั้น จำเป็นต้องมีพฤติกรรมและวาจาที่สุภาพ เพื่อแสดงออกถึงความกังวล และเป็นห่วง แต่ถ้ามีวาจาก้าวร้าว อารมณ์ที่ฉุนเฉียวนั้น ย่อมที่จะทำให้ผลที่ได้รับนั้นย่อมไม่ดีเท่าที่ควร.
ดังนั้นในทางกลับกัน การที่จะรักษาสภาพครอบครัวและจะไม่ให้เกิดความวิตกกังวลในผู้หญิง จำเป็นที่สามีต้องบอกถึงความล่าช้าจากเวลาปกติ เพื่อว่าการจัดเตรียมความพร้อมของบ้าน และอาหารจะเป็นที่ง่ายสำหรับผู้หญิงอีกด้วย เพียงสร้างความสบายใจให้แก่กันและกัน ปัญหาต่างๆก็ย่อมที่จะคลี่คลาย.
4. เมื่อสามีเกิดอาการขรึม จะปฏิบัติอย่างไร?
อาการขรึม เงียบ เมื่อเกิดขึ้นในครอบครัว แน่นอนย่อมจะไม่ใช่ผลดี หรืออาจทำให้เกิดความวิตกกังวลของทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นสามี หรือภรรยา หากมีอาการนี้เกิดขึ้น. แต่ที่สำคัญสำหรับผู้หญิงเอง เมื่อเห็นสามีมีอาการเช่นนี้ ก็มักจะคิดไปต่างๆนาๆ ว่าเรื่องคงเกี่ยวกับตัวเอง หรือทำอะไรให้เกิดความไม่พอใจ ดังนั้นจึง เกิดการซักถาม ซึ่งบางครั้ง กลายเป็นการสร้างความรำคาญให้กับสามี แต่อยากจะบอกกับบรรดาสามีทั้งหลายว่า ผู้หญิงนั้นมีสิทธิที่จะคิดเช่นนั้น เพราะความเอาใจใส่ และการดูแลทั้งหลายในบ้าน ล้วนเป็นของภรรยา ดังนั้น ปัญหาที่มีอยู่ในใจ หรือความไม่สบายใจต่างๆนั้น ควรมีการพูดจา หรือปรึกษาหารือกัน. ในอีกด้านหนึ่ง ก็อยากจะบอกกับบรรดาภรรยาทั้งหลายว่า ผู้ชายส่วนมาก ไม่ชอบที่จะให้ผู้หญิงมาพัวพันปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นจากนอกบ้าน ดังนั้น เป็นการดีของทั้งสองฝ่าย ผู้หญิงควรให้เวลาแก่สามีในการคิด และพิจารณากับปัญหาที่กำลังครุ่นคิดอยู่ และให้โอกาสสามีเป็นผู้เอ่ยถึงปัญหาดังกล่าว หรือให้สามีเป็นผู้ขอคำปรึกษานั้น จะเป็นการดีกว่าที่ผู้หญิงจะเข้าไปซักไซร้ถึง อาการเงียบขรึมนั้น.
ต่อฉบับหน้าจ๊ะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
